แพทย์จะให้น้ำเกลือในกรณีใด ?

น้ำเกลือ

  • ผู้ป่วย ที่ไม่ สามารถดื่มน้ำ ได้เองในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของ ร่างกาย
  • สูญเสียเกลือแร่จากอาการป่วย เช่น มีไข้สูง อาเจียน ท้องร่วง
  • ทดแทนสารน้ำในร่างกายของผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะร่างกายขาดน้ำ
  • ทดแทนสารในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสารโซเดียมคลอไรด์
  • เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา โดยอาจให้น้ำเกลือร่วมกับยารักษาชนิดอื่นที่เข้ากันได้ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะทางน้ำเกลือ การให้เกลือแร่อื่นทางน้ำเกลือ
  • ในระหว่างการรักษาอาการป่วยที่รุนแรง เช่น ภาวะช็อก อาจต้องให้น้ำเกลือเพื่อรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่
  • ผู้ป่วยมีอาการป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพใด ๆ ที่แพทย์มีดุลยพินิจว่าควรเพิ่มสารน้ำเพื่อช่วยบรรเทาอาการป่วย

ข้อควรระวังในการให้น้ำเกลือ

  • ไม่ควรให้น้ำเกลือกับผู้ป่วยที่เคยมีอาการแพ้สารประกอบใด ๆ ในน้ำเกลือ
  • ยาบางชนิดอาจมีปฏิกิริยาต่อน้ำเกลือ ดังนั้น จึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงการรักษาและยาที่กำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการให้น้ำเกลือ
  • ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงในการให้น้ำเกลือแก่ผู้ป่วยสูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ โรคไต หรือภาวะความดันโลหิตสูง
  • ในระหว่างที่ให้น้ำเกลือ แพทย์อาจต้องตรวจเลือดเพื่อดูอาการและปฏิกิริยาที่อาจเป็นผลข้างเคียงจากการรักษา
  • สำหรับผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร ต้องปรึกษาแพทย์ถึงประโยชน์และความเสี่ยงของการให้น้ำเกลือก่อนเสมอ เพราะโซเดียมคลอไรด์ในน้ำเกลืออาจถูกส่งผ่านและเกิดผลกระทบต่อทารกได้
  • หากได้รับน้ำเกลือในปริมาณที่มากเกินไปจนมีอาการป่วยที่แสดงออกมา หรือมีปัญหาในการหายใจ หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย ต้องรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *