รีวิว ซีรี่ส์ The Good Doctor

The Good Doctor

The Good Doctor จะเล่าถึงเรื่องราวของศัลยแพทย์อัจฉริยะที่มีชื่อว่าฌอน เมอร์ฟี่ เขานั้นมีภาวะออทิสซึมหรือที่เรามักจะเรียกกันว่าโรคออทิสติก

The Good Doctor

ซึ่งทำให้เขามีปัญหาเรื่องการสื่อสาร และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มีหลายๆคนที่มองว่า เขานั้นไม่มีศักยภาพ เพียงพอที่จะเป็นนายแพทย์รักษาคนอื่น และยังมีความไม่สบายใจ ถึงความรู้สึกของผู้ป่วย ที่จะเข้ารับการรักษากับนายแพทย์ผู้นี้

แต่ด้วยความที่เขามีภาวะออทิสซึม ทำให้เขา นั้นเป็นคนที่โกหกไม่เป็น และจริงใจเป็นอย่างมาก ทำให้เขานั้นสามารถจัดการการสื่อสารกับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะเป็นวิธีการที่คนอื่นไม่เข้าใจก็ตาม และเขายังมีความสามารถพิเศษ ที่เข้าขั้นอัจฉริยะ ในการทำความเข้าใจเรื่องราวที่สุดแสนจะสลับซับซ้อน ของร่างกาย ไม่ว่าจะระบบไหนก็ตาม

โดยเขานั้น จะสามารถจำลองภาพ ออกมาในหัวได้ ทำให้สามารถวินิจฉัยโรค ได้อย่างตรงจุด และยังสามารถคิดเลขได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย และเขายังสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จากการอ่านหนังสือ หรือการเรียนรู้

แม้ว่า จะสามารถเข้ามาทำงานเป็นศัลยแพทย์ได้ แต่หัวหน้าแผนกศัลยแพทย์ นั้นก็ไม่เชื่อในฝีมือของเขา หรือแม้แต่หัวหน้าทีมของเขา ที่เป็นนายแพทย์ที่มีความเก่งกาจ ด้านการผ่าตัดเอง ก็ไม่เชื่อในฝีมือของเขา เช่นเดียวกัน ทำให้เขานั้นต้องพยายามพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับ จากเพื่อนร่วมงาน และพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะรักษาชีวิตของคนไข้ทุกคนเอาไว้

ด้วยอาการออทิสติกของเขา ชีวิตในโรงพยาบาลคงไม่ง่ายกับชอนเท่าไหร่นัก แต่ทุกอย่างก็ต้องเรียนรู้กันไป

the good doctor

เล่าเรื่องสลับอดีตสร้างหัวใจให้กับตัวละครคุณหมอ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนดู รู้สึกเข้าถึงจิตใจ ของหมอชอนได้มากที่สุด นั่นคือ การเล่าเรื่อง โดยเฉพาะการเล่าเรื่องราวในอดีต ของหมอออทิสติกคนนี้ สลับกัน ไปกับเหตุการณ์ปัจจุบัน หลายครั้งที่คนดูได้รับรู้ว่า พฤติกรรมบางอย่าง มันเกิดจากการจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้คนดูได้เห็น และเข้าใจ ที่มาที่ไป ของพฤติกรรมต่างๆ ของชอน ได้ทำความรู้จักกับเขา พร้อมๆ กับได้มองเห็นการปรับตัว ของหมอคนหนึ่ง ที่มีบุคลิกภาพแตกต่างจากคนทั่วไป

การที่เขาเป็นออทิสติก จะทำให้เขามีปัญหาอย่างไรบ้าง ทั้งในและนอกโรงพยาบาล แม้จะทำให้มีความสามารถสูงในการจดจำข้อมูลในหัว สังเกตอาการและวินิจฉัยโรค แต่ก็ทำให้ค่อนข้างจะดูแปลกแยก ไปคนอื่นอยู่สักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา ไม่ถูกกาละเทศะ และไม่ค่อยเข้าใจจิตวิทยา การเป็นหมอสักเท่าไหร่ ทำให้หมอบางคนตั้งแง่ ไม่ยอมรับ แต่อยู่ๆ ไป ความเก่งกาจที่แสดงออกมาไม่หยุดหย่อน เขาก็จะได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่หลายพฤติกรรม อาจเป็นปัญหา ที่ผู้ร่วมงานไม่เข้าใจ แม้แต่ญาติคนไข้เอง บางทีก็ไม่เข้าใจ เอาเป็นว่า ทั้งเพื่อนหมอ เพื่อนพยาบาล และเหล่าคนไข้คงต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจเขาไป ส่วนเขาเองก็พยายามเรียนรู้ อยู่ตลอดเวลาเพื่อจะเป็นคุณหมอที่ดี ดูหนัง

หลากเคสสร้างบทสนทนาที่ทำให้มองเห็นหลายมุมมองต่อการรักษา

สิ่งที่เป็นเหมือนๆ กันกับซีรีส์แนวคุณหมอทั่วๆ ไป นั่นก็คือ ส่วนหนึ่งจะเป็นเคสยากๆ ที่พร้อมจะเข้ามาให้แก้ได้ตลอดเวลา ซีรีส์จึงมักจะเดินเรื่องด้วยการมี 2-3 เคสในเวลาเดียวกัน โดยมีหมอออทิสติก ที่มักจะทำสิ่งชวนประหลาดใจ  ความมุ่งมั่นในการรักษา ความช่างสังเกตและวินิจฉัย ทำให้หลายครั้งก็ดูเกินเลย แต่ก็กลับกลายเป็นสิ่งถูกต้องไปอย่างคาดไม่ถึง

ความสมจริงของซีรีส์เรื่อง The Good Doctor ฉบับอเมริกา

ปกติแล้ว ซีรีส์ส่วนใหญ่มักจะนำเสนอเรื่องราว ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น และอุปสรรค ก่อนจะแสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้ว ตัวละครเอกนั้นก็สามารถจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะในเรื่องราว ที่กล่าวถึงการทำงานภายในโรงพยาบาล ที่ส่วนใหญ่แล้วเคสที่เข้ามานั้น ก็มักจะประสบความสำเร็จทุกราย

ซึ่งต่างจากความเป็นจริง ที่แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์นั้น ไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตคนไข้ไว้ทุกราย ได้สำเร็จ  และเราจะได้พบความผิดหวังนี้ เช่นเดียวกัน ในซีรีส์เรื่อง The Good Doctor

ซีรีส์ที่สามารถสะท้อนการทำงานของแพทย์ ออกมาได้อย่างสมจริง ว่าในการรักษาแต่ละครั้งนั้น พวกเขาจะต้องพบเจอกับอุปสรรค และปัญหาอะไรบ้าง และอะไรที่กลายเป็นปัจจัย ที่ทำให้พวกเขานั้นไม่สามารถรักษาคนไข้ได้สำเร็จ  และบางครั้งก็ส่งผลให้คนไข้นั้นต้องเสียชีวิต

ซึ่งเป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นทุกวัน ในทุกๆโรงพยาบาล ทำให้เรานั้น ได้ทราบถึงความจริง ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ว่าเป็นอย่างไร แต่ซีรีส์ก็ไม่ได้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพราะด้วยความที่ตัวละครหลักนั้น มีภาวะออทิสซึม ทำให้บางครั้งเราจะได้เห็นมุมที่น่ารักของเขา

การที่เขาไม่สามารถตอบโต้ และทำความเข้าใจมุกตลกได้นั้น ทำให้ผู้รับชมอย่างเรารู้สึกตลก และเอ็นดูเขาเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้น เขายังได้เจอกับเพื่อนร่วมงานที่ดี และคนดีๆ ในชีวิตอีกมากมายที่พร้อมจะช่วยเหลือ และสนับสนุนเขา

ด้วยความที่มันเป็นซีรีส์ฝรั่ง แถมมุ่งหวังเน้นเล่าเรื่อง การรักษาคนในโรงพยาบาล ที่มีหมอคนหนึ่งเป็นโรคออทิสติก แถมตอนหนึ่งก็ใช้เวลาเพียง 40-42 นาที การเดินเรื่องจึงไม่เยิ่นเย้อ [จนอาจจะดูห้วนไปบ้างในบางที] บทจึงไม่เน้นไปที่ความรักกุ๊กกิ๊ก ให้เนิ่นนานนัก เน้นไปที่การวินิจฉัย การรักษา การตอบโต้ และปรับตัว ปรับใจของหมอชอน  แต่ละตอนจึงกระชับ รู้สึกมันสนุกและผ่านไปไว

สิ่งที่สำคัญก็คือ งานรักษาคนไข้ มีเรื่องของร่างกายคน ที่ยากสำหรับคนทั่วไป จะเข้าใจได้ทั้งหมด เขาก็เลยใส่ CG ของสิ่งที่ ดร.ชอนคิด และจินตนาการในหัว ให้ออกมาเป็นภาพ เสริมสร้างความเข้าใจ ให้คนดูทันความคิดของตัวละคร

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *