มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์

รีวิวภาพยนตร์ Mission Impossible FALLOUT : มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์

 

 

Mission Impossible FALLOUT : มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ฟอลล์เอาท์ เป็นภาพยนตร์สายลับ ลำดับที่ 6 ในชุด มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล กำกับโดย คริสโตเฟอร์ แมคควอร์รี

 

เมื่อปฏิบัติการ ที่เบอร์ลิน ทำให้ พลูโตเนียม หลุดรอด จนเกิดเหตุวินาศกรรม สถานที่ สำคัญ ทางศาสนา ทำให้ อีธาน ฮันต์ ( ทอม ครูซ ) จำเป็น ต้องร่วมงาน กับ ออกัส วอล์คเกอร์ ( เฮนรี คาวิลล์ ) สายลับ CIA หนุ่มที่เขม่นเขา ตั้งแต่แรกพบ

แต่ราคา ที่ต้องจ่าย เพื่อให้ได้ พลูโตเนียม อาจทำให้ โซโลมอน เลน ( ณอน แฮริส ) ผู้ก่อการร้าย สุดโฉด หลุดรอด จากการจับกุม ไปได้  ทำให้ทาง CIA และ IMF เริ่มสงสัย ในความภักดี ของ อีธาน ฮันต์ ( ทอม ครูซ )

จนเขา ต้องพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการ ตามจับวายร้าย สมองเพชร และหยุดหายนะ ครั้งใหม่ ก่อนที่โลก จะลุกเป็นไฟ ให้ได้

 

Mission Impossible FALLOUT

 

และนี่ ก็เป็นครั้งที่ 6 แล้ว สำหรับ Mission Impossible จากการ นำแสดง และอำนวยการสร้าง ของ ทอม ครูซ ที่ผ่านมา มีผู้กำกับ มากหน้า หลายตา ที่มาเติมเต็ม แฟรนไชส์ สายลับชุดนี้ ให้ไปไกลก ว่าแค่หนังรีเมค จากซีรีส์

ทั้ง Brian De Palma ที่สร้างมาตรฐาน การเล่าเรื่อง เชิงสืบสวน สอบสวน สุดลึกลับ และมีกลิ่นอาย ของฟิล์มนัวร์ John Woo มาสานต่อ ตำนาน และเติมฉากแอ็คชั่น ดีไซน์สวย ๆ

ส่วน J.J. Abrams นอกจากมาเติม เรื่องราว เพิ่มมิติ ด้านครอบครัว ให้ อีธาน ฮันต์ และก็ยัง นำบริษัท แบด โรบอต มาร่วม อำนวยการสร้าง ตั้งแต่ภาค 3 จนถึง ภาคปัจจุบัน

และแน่นอนว่า ทอม ครูซ ก็ไม่ลังเล ที่จะทดลอง สิ่งแปลกใหม่ ด้วยการให้ Brad Bird ผู้กำกับ The Incredibles อนิเมชั่น ซูเปอร์ฮีโร่

มาชิมลาง งานกำกับ คนแสดง จนได้หนัง ที่สนุก และหลุดกรอบมาก ใน ภาค Ghost Protocol

จนกระทั่ง Tom Cruise ได้เจอ ผู้กำกับ ที่เป็นเหมือน มือขวา และร่วมงาน กับเขา มาตั้งแต่ Jack Reacher อย่าง Christopher McQuarrie มากำกับ ในภาคที่ 5 อย่าง Rogue Nation

จนมาถึง FALLOUT ภาคนี้  ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะ แม็คควอรี สามารถรวบรวม จุดเด่น ของหนัง M:I ทุกภาค ไว้ได้ เป็นอย่างดี ทั้งบท ที่เน้นสืบสวน สอบสวน อย่างมีชั้นเชิง หรือ ฉากแอ็คชั่น สุดท้าทาย ก็ทำได้ อย่างลงตัว

 

Mission Impossible FALLOUT

 

โดยภาค FALLOUT นี้สิ่งหนึ่ง ที่โดดเด่น มากมาย สำหรับบท ที่แม็คควอรีเขียน คือการตีความ คำว่า ผลกระทบ หรือโทษ ( Fallout ) จากความหวังดี ของอีธาน ฮันต์

ทั้งความรักเพื่อน ที่ทำให้ งานเสียไป จนถึง การกล่าวถึง ตัวละคร จากภาค 3 อย่าง จูเลีย ( มิเชล โมนากาน ) ก็ยังเกี่ยวพัน กับความหวังดี ที่กลายเป็น ผลร้าย ตามมา ถึงตัวเขา และทีม ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งกลายเป็น ลูกเล่น สำคัญ ที่ผู้ชม จะต้องลุ้น ทุกครา ที่อีธาน ตัดสินใจ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยิ่งทำให้หนัง เข้มข้น ชวนติดตาม พร้อมไปกับปริศนา หลายอย่าง

ทั้งคำถาม ว่าใคร คือ ลาร์ค ผู้ก่อการร้าย ตัวจริง กันแน่ ไปจนถึง ตัวละครต่าง ๆ ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู ชวนคนดู คิดตาม ได้อย่างสนุกสนาน ทีเดียว

ซึ่งก็ทำให้ Mission Impossible FALLOUT มีกลิ่นอาย แบบหนังสายลับ ยุค 80 ที่ตัวละคร ต่างสูญเสีย ความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน ได้เป็นอย่างดี

องค์ประกอบสำคัญ ถ้าจาก ฉากแอ็คชั่นแล้ว คงหนีไม่พ้น นักแสดงทั้งหมด ในเรื่อง ทั้งสายทุ่มเทอย่าง ทอม ครูซ ที่เล่นฉากสตันท์เอง จนได้รับบาดเจ็บ ที่หัวเข่า ในฉาก กระโดดข้ามตึก

หรือแม้แต่ การทุ่มเท ฝึกการโดด ฮาโล ( HALO – High Altitude Low Opening ) ถึง 1 ปีเต็ม เพื่อฉากแอ็คชั่น สำคัญ ของเรื่อง ก็ให้ผลลัพธ์ ที่ต้องบอกว่า ความพยายาม ไม่เคยทรยศใครจริง ๆ

เพราะงานสตันต์ ทุกฉาก ทุกตอน คือชวนอ้าปากค้างจริง ๆ และไม่ใช่แค่ ทอม ครูซนะ แม้แต่ รีเบคกา เฟอร์กูสัน ที่กลับมารับบท อิลซา ก็เล่นฉากแอ็คชั่น แม้ตัวเอง จะท้องอยู่ก็ตาม เล่นบาคาร่า

 

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *